กล้ามเนื้ออักเสบ (Myositis) เป็นภาวะที่เกิดจากการใช้กล้ามเนื้ออย่างหนัก ทำให้เกิดการอักเสบ โดยอาจเกิดขึ้นในระยะสั้น หรือพัฒนากลายเป็นอาการปวดเรื้อรังในอนาคตได้ ทำให้กระบวนการรักษาซับซ้อน และยาวนานยิ่งขึ้น สำหรับใครที่กำลังเผชิญกับอาการปวดต้นคอ ปวดบ่า ปวดเอว หรือปวดหลัง Align Clinic จะพาทุกคนไปเจาะอาการกล้ามเนื้ออักเสบ ที่ควรรักษากับคลินิกกายภาพ หากพร้อมแล้ว เราไปดูกัน
เจาะลึก สาเหตุของกล้ามเนื้ออักเสบ ภัยเงียบที่อยู่ใกล้ตัว
การปวดกล้ามเนื้อตามร่างกาย เช่น ปวดต้นคอ ปวดบ่า ปวดเอว ปวดหลัง ปวดสะบัก รวมไปถึงการปวดแขนขา จากการทำกิจกรรมต่าง ๆ แม้ว่าจะเป็นอาการปวดที่หายได้ตามกาลเวลา แต่หากปล่อยไว้เป็นเวลานาน และไม่เข้ารับการรักษาที่ถูกวิธี อาจทำให้กล้ามเนื้ออักเสบเรื้อรัง โดยสาเหตุของการเกิดกล้ามเนื้ออักเสบ มีดังต่อไปนี้
- พฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน
สาเหตุหลักที่กล้ามเนื้ออักเสบ มักจะเกิดการใช้งานกล้ามเนื้อมัดเดิมซ้ำ ๆ เป็นเวลานาน เช่น การนั่งหน้าคอมพิวเตอร์ในท่าทางที่ไม่ถูกต้อง การเล่นโทรศัพท์มือถือ หรือจากพันธุกรรม ทำให้เกิดการเกร็งตัวสะสมจนเกิดเป็นก้อนอักเสบ หรือจุดกดเจ็บ (Trigger Point)
นอกจากนี้ สำหรับผู้หญิงที่สวมส้นสูงเป็นเวลานาน หรือวิ่งขณะสวมรองเท้าที่มีส้น อาจทำให้กล้ามเนื้อตึงเครียดสะสมเป็นเวลานาน และเกิดอาการปวดเมื่อย ตั้งแต่บริเวณหลังไปจนถึงปลายเท้า ส่งผลให้กล้ามเนื้ออักเสบได้อีกด้วย
- การออกกำลังกาย
การเล่นกีฬา การออกกำลังกายผิดท่า รวมถึงการก้มลงไปหยิบของจากพื้น และการเกิดอุบัติเหตุโดยไม่ทันตั้งตัว อาจทำให้กล้ามเนื้อหลังต้องเกร็งตัวเพิ่มขึ้น ส่งผลให้เกิดกล้ามเนื้ออักเสบในระยะเฉียบพลันขึ้นมาได้
- การใช้ยารักษาโรค และการบำบัด
การใช้ยารักษาโรคบางชนิด รวมถึงการทำเคมีบำบัด และรังสีบำบัด อาจมีผลข้างเคียงในทันที หรือหลังจากรับประทานยา ทำให้กล้ามเนื้ออักเสบชั่วคราว หรือในระยะยาว เนื่องจาก ยาบางประเภทกระตุ้นให้ใยประสาทรับความรู้สึกเจ็บปวด ยกตัวอย่างเช่น
- ยาลดระดับคอเลสเตอรอล กลุ่มยาสแตติน (Statins)
- ยาลดความดันโลหิตกลุ่ม ACE Inhibitors
- ยาโคลชิซิน (Colchicine) รักษาเก๊าท์
- ยาพลาเควนนิล (Plaquenil) รักษาโรคมาราเรีย
- ยาอักเสบอัลฟา-อินเตอร์เฟอรอน (Peginterferon Alfa2a) รักษาโรคไวรัสตับอักเสบ
- ยาที่มีส่วนผสมของสารเสพติด อย่างโคเคน และแอลกอฮอล์
อย่างไรก็ตาม หากลองยืดหยุ่นร่างกายด้วยตัวเองมาสักระยะแล้ว แต่รู้สึกว่าอาการปวดยังไม่บรรเทาลง Align Clinic คลินิกกายภาพ และจัดกระดูกไคโรแพรคติก ที่มากไปด้วยประสบการณ์ พร้อมช่วยปรับสมดุลร่างกายด้วยการจัดกระดูกสันหลัง และกายภาพบำบัด เพื่อให้คุณใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจอีกครั้ง หากสนใจติดต่อได้ที่ Line: @alignclinic
เรื่องต้องรู้ ! กล้ามเนื้ออักเสบ นำไปสู่โรคอะไรได้บ้าง
แม้ว่าโรคกล้ามเนื้ออักเสบ มักจะมีอาการที่ไม่รุนแรงมากนัก และอาการปวดมักบรรเทาได้เอง จากการรับประทานยาแก้ปวด อย่างไรก็ตาม หากปล่อยทิ้งไว้ไม่รักษาให้หาย หรือไม่ปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน รวมถึงไม่ทำการยืดหยุ่นร่างกายเป็นประจำ อาจทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนต่าง ๆ ได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็น
- กล้ามเนื้ออักเสบทั้งตัว
หนึ่งในโรคแทรกซ้อนที่ทุกคนควรสังเกตอาการให้ดี คือ โรคกล้ามเนื้ออักเสบทั้งตัว โดยส่วนมากจะรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัว และยกแขนไม่ค่อยขึ้น รวมถึงไม่สามารถลุกจากเตียงได้ และหายใจลำบาก ถือเป็นสัญญาณของอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงทั่วตัว ซึ่งเกิดจากความบกพร่องของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย
นอกจากนี้ ในบางรายอาจมีอาการทางเดินหายใจล้มเหลว เพราะกล้ามเนื้อที่ใช้หายใจเกิดการอักเสบ ดังนั้น เมื่อเริ่มรู้สึกหายใจลำบาก และครั่นเนื้อครั่นตัว แนะนำให้รีบพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อวินิจฉัยให้แน่ใจว่าอาการที่เผชิญอยู่ เป็นอันตรายต่อร่างกายหรือไม่
- ออฟฟิศซินโดรม
อาการกล้ามเนื้ออักเสบเรื้อรัง ถือเป็นหนึ่งในสัญญาณที่บ่งบอก ถึงโรคออฟฟิศซินโดรมในวัยทำงาน หรือวัยเรียนที่ใช้เวลาอยู่กับโต๊ะทำงานตลอดทั้งวัน และไม่ได้ลุกขึ้นมาขยับร่างกาย เพื่อให้กล้ามเนื้อคลายตัว โดยออฟฟิศซินโดรม มักมีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น นิ้วล็อก เอ็นกล้ามเนื้ออักเสบ และปวดหลังจากท่าทางผิดปกติ เป็นต้น
อยากหายจากโรคกล้ามเนื้ออักเสบ คลินิกกายภาพบำบัดช่วยได้
สำหรับใครที่รู้สึกว่าปวดเมื่อยกล้ามเนื้อเป็นเวลานาน ไม่ว่าจะรับประทานยา หรือลองยืดหยุ่นร่างกาย ตามคำแนะนำของแพทย์ก็ยังรู้สึกไม่ดีขึ้น แนะนำให้ลองรักษาด้วยการทำกายภาพ กับคลินิกกายภาพที่น่าเชื่อถือ และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ไว้ใจได้
เนื่องจาก การทำกายภาพบำบัด สามารถบรรเทาอาการปวดและอักเสบได้ ทั้งยังเพิ่มการไหลเวียนของเลือด ฟื้นฟูกล้ามเนื้อ หรือเนื้อเยื่อที่บาดเจ็บ และอักเสบให้ดีขึ้นได้ เพื่อให้ผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ และใช้งานกล้ามเนื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ซึ่งกระบวนการรักษาในการทำกายภาพบำบัดแต่ละครั้ง จะเริ่มจากการทำกายบริหาร เพื่อยืดเหยียดกล้ามเนื้อ การประคบร้อน และประคบเย็นตามอาการ จากนั้นจะเริ่มใช้เครื่องมือต่าง ๆ เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ โดยเครื่องมือที่ได้รับความนิยมในการทำกายภาพบำบัด ได้แก่
- Shockwave
Shockwave หรือคลื่นกระแทก เป็นการใช้คลื่นกระแทก ในบริเวณที่มีอาการปวด โดยกระตุ้นให้ร่างกายเกิดอาการบาดเจ็บใหม่ (Re-Injuries) ในบริเวณที่มีปัญหา จากนั้นร่างกายจะเกิดกระบวนการซ่อมแซมเนื้อเยื่อใหม่ (Re-Healing) ทำให้ลดการอักเสบ ลดอาการปวด และเพิ่มการไหลเวียนเลือด เหมาะสำหรับการรักษาคนไข้ที่มีอาการปวดระยะเรื้อรัง
- PMS
PMS (Peripheral Magnetic Stimulation) คือ เครื่องมือกายภาพบำบัดที่ใช้รักษาอาการกล้ามเนื้ออักเสบ ที่กระตุ้นระบบประสาทโดยตรง ด้วยการใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ส่งผ่านเสื้อผ้าลงไปจนถึงเนื้อเยื่อกล้ามเนื้อ เพื่อลดปวด และคลายกล้ามเนื้อ โดยไม่ทำให้เกิดการบาดเจ็บของอวัยวะโดยรอบ
- Ultrasound
ในส่วนของ Ultrasound เป็นการรักษาโดยใช้คลื่นเหนือเสียง โดยปล่อยความร้อนลึกออกมาใต้ผิวหนังที่ 1 ถึง 3 เซนติเมตร เพื่อลดอาการปวด ลดการอักเสบของกล้ามเนื้อ และเพิ่มความยืดหยุ่นของข้อต่อในชั้นลึก รวมถึงคลายการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อ
- Electrical Stimulation
Electrical Stimulation เป็นการรักษาโดยกระแสไฟฟ้า ไปกระตุ้นให้กล้ามเนื้อเกิดการหดและคลายตัว ทั้งยังช่วยยับยั้งกระแสประสาท ที่ทำให้เกิดอาการปวด ส่งผลให้การไหลเวียนเลือดเพิ่มขึ้น และกล้ามเนื้อคลายตัวลงได้ดี
โดยจะเห็นได้ว่า เครื่องมือสำหรับการทำกายภาพบำบัด มีให้เลือกรักษาตามอาการปวดของคนไข้แต่ละคน โดยแต่ละเครื่องมือสามารถรักษาอาการอักเสบของกล้ามเนื้อได้หลายระดับ
ทั้งนี้ ก่อนเริ่มทำการรักษา ด้วยเครื่องมือต่าง ๆ นักกายภาพจะทำการสอบถามข้อมูลคนไข้อย่างละเอียด เพื่อนำข้อมูลที่ได้มาวางแผนการรักษา ให้ตรงกับคนไข้ในแต่ละเคส
อย่างไรก็ตาม หากคุณกำลังมองหาคลินิกกายภาพบำบัดที่เชี่ยวชาญ อย่าลืมนึกถึง Align Clinic สถานพยาบาลไคโรแพรคติก และกายภาพชั้นนำของประเทศ ที่พร้อมให้บริการดูแลสุขภาพของคุณอย่างครบวงจร หากสนใจสามารถติดต่อได้ที่
Line : @alignclinic
Tel. 02-121-4854 / 093-595-6262