กายภาพบําบัด

อาการมือชา เกิดจากอะไร อาการไหนควรปรึกษาคลินิกกายภาพ

มือชา เกิดจากอะไร

หลายคนอาจยังไม่ทราบว่าอาการมือชา เป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพที่เกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ โดยส่วนใหญ่มักจะเกิดขึ้นบริเวณปลายนิ้ว จากการนั่งในท่าเดิม หรือนอนทับอวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่งเป็นเวลานาน โดยไม่ได้ขยับร่างกาย ทำให้เกิดอาการชาในชั่วขณะ

ทั้งนี้ แม้ว่าจะมีอาการในระยะสั้น ๆ เพียงเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว อาการชาเป็นสัญญาณเตือน ที่เกี่ยวข้องกับความผิดปกติของระบบประสาท หากปล่อยไว้เป็นเวลานาน อาจทำให้การรักษาเป็นเรื่องที่ยากยิ่งขึ้น 

สำหรับผู้ที่กำลังมีอาการมือชา และสงสัยเกี่ยวกับอาการที่กำลังเผชิญอยู่ ในบทความนี้ Align Clinic จะมาแชร์ความรู้ว่าอาการมือชา เกิดจากอะไร และสามารถป้องกันได้อย่างไรบ้าง พร้อมกับแนะนำบริการดี ๆ จากคลินิกกายภาพ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษา หากพร้อมแล้ว เราไปดูกัน

อาการมือชา เกิดจากอะไร

ชวนรู้ สาเหตุของอาการมือชา เกิดจากอะไร

เชื่อว่าหลายคนคงสงสัยไม่น้อยว่า อาการมือชา เกิดจากอะไร ซึ่งอาการมือชา คือ อาการที่ทำให้รู้สึกเหมือนมีของแหลมคมทิ่มแทง หรือถูกไฟฟ้าช็อตชั่วขณะ ซึ่งเกิดจากความผิดปกติของระบบประสาท หรือการไหลเวียนเลือด รวมถึงเกิดจากการหนาตัวของเอ็นกระดูกบริเวณข้อมือ ส่งผลให้เอ็นไปกดรัดเส้นประสาท และเลือดไม่สามารถส่งไปเลี้ยงที่เส้นประสาทที่ถูกกดทับอยู่ 

อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่แล้วอาการมือชา มักจะเป็นอาการฉับพลัน แต่หากเกิดอาการบ่อยครั้ง อาจเป็นสัญญาณเตือนเกี่ยวกับความผิดปกติของโรคทางระบบประสาท และสมองในอนาคต โดยสาเหตุของอาการชา มีดังต่อไปนี้ 

  • กลุ่มอาการเส้นประสาทกดทับ

อาการเส้นประสาทกดทับ เป็นภาวะที่บริเวณเส้นประสาทถูกกดทับ หรือมีแรงบีบคั้นบริเวณข้อมือ (Carpal Tunnel Syndrome) ทำให้ไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ ส่งผลให้บริเวณข้อมือ หรือปลายนิ้วมือเกิดความรู้สึกชา และอ่อนแรงขึ้น รวมถึงมีอาการเส้นเอ็นบวม หรือมีขนาดใหญ่ขึ้น

โดยอาการที่พบได้บ่อย ของกลุ่มอาการเส้นประสาทกดทับ ได้แก่ ชาบริเวณนิ้วหัวแม่มือ นิ้วชี้ และนิ้วกลาง รวมถึงมีอาการปวด คล้ายไฟช็อต และอาจปวดขึ้นตามแขนถึงหัวไหล่ ซึ่งมักจะมีอาการในเวลากลางคืน หรือในเวลาที่ใช้ข้อมือมาก

  • โรคเบาหวาน

ผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน ก็มีอาการชามือแบบเฉียบพลันได้เช่นกัน ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนจากการไม่ควบคุมปริมาณน้ำตาล หรือไม่ได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ขยับร่างกายไม่สะดวก ทั้งนี้ เมื่อเกิดอาการชาบริเวณปลายนิ้ว หรือข้อมือแล้ว ควรบริหารข้อมือบรรเทาปวด และควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด รวมถึงรับประทานยาตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด

  • การขาดวิตามิน

หากร่างกายขาดวิตามินบางชนิด โดยเฉพาะวิตามินที่เกี่ยวข้องกับระบบประสาท เช่น วิตามินบี 1 วิตามินบี 6 วิตามินบี 12 และวิตามินอี อาจทำให้เกิดอาการชาได้ เนื่องจาก เส้นประสาทไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ โดยผู้ที่มีอาการเสี่ยงต่อการขาดวิตามิน ได้แก่ ผู้ที่ทานมังสวิรัติ ผู้ป่วยขาดสารอาหารเรื้อรัง รวมถึงผู้ที่มีโรคประจำตัวหลายโรค

  • การบาดเจ็บ

การบาดเจ็บบริเวณข้อมือจากอุบัติเหตุ หรือการเล่นกีฬา อาจทำให้เส้นประสาทได้รับความเสียหาย หรือถูกกดทับ ส่งผลให้ประสิทธิภาพในการนำส่งสัญญาณจากสมองไปยังอวัยวะต่าง ๆ ลดลง จนนำไปสู่อาการชาในที่สุด ดังนั้น ควรทำกายภาพบำบัด ตามที่แพทย์แนะนำอย่างต่อเนื่อง เพื่อฟื้นฟูอาการบาดเจ็บให้หายดี โดยไม่ต้องรับประทานยาเพิ่ม

  • โรคออฟฟิศซินโดรม

สำหรับผู้ที่มีอาการออฟฟิศซินโดรม อาจพบอาการชาบริเวณปลายนิ้ว หรือฝ่ามือ ควบคู่กับการปวดกล้ามเนื้อบริเวณคอ บ่า ไหล่ และหลังล่าง เนื่องจาก การหดเกร็งของกล้ามเนื้อต่อเนื่อง จากการนั่งในท่าเดิมเป็นเวลานาน

ทั้งนี้ หากเริ่มมีอาการชามือ หรือปวดผิดปกติ ควรรีบพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทันที ซึ่งการปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ Align Clinic คลินิกกายภาพบำบัดชั้นนำ ถือเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับผู้ป่วย เพราะเรามีทีมนักกายภาพมากประสบการณ์ ที่พร้อมรักษาอาการมือชาได้อย่างตรงจุด หากสนใจติดต่อได้ที่ Line: @alignclinic

อาการมือชา

แนะนำ วิธีป้องกันอาการมือชา ดูแลตัวเองง่าย ๆ ก่อนสายเกินแก้

อย่างที่ทราบกันไปแล้วว่า อาการมือชาเกิดได้จากหลายปัจจัย โดยส่วนใหญ่เกิดจากพฤติกรรมสะสมเป็นเวลานาน หรือเกิดจากการบาดเจ็บ ซึ่งในปัจจุบันได้มีหลายวิธี ที่สามารถป้องกันอาการชาที่มือ และบรรเทาอาการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้แก่ 

  • ปรับพฤติกรรม

สิ่งสำคัญที่ช่วยป้องกันอาการมือชาได้อย่างมีประสิทธิภาพ คือ การปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต โดยเฉพาะการปรับท่าทางในการนั่งและยืน เริ่มจากการนั่ง หรือยืนตัวตรง และหลีกเลี่ยงการใช้เมาส์ หรือแป้นพิมพ์เป็นเวลานาน เพื่อให้มือแข็งแรง และปราศจากความเจ็บปวด

  • บริหารยืดกล้ามเนื้อ

การออกกำลังกายเป็นประจำ ช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือด เสริมสร้างกล้ามเนื้อ และป้องกันการกดทับเส้นประสาท ดังนั้น แนะนำให้หยุดพักทุก ๆ 30-60 นาที แล้วยืดหยุ่นร่างกายด้วยการเดิน หรือทำท่าบริหารร่างกาย รวมถึงออกกำลังกายที่ได้บริหารมือ เช่น โยคะ พิลาทิส และว่ายน้ำ เพื่อสร้างความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อ และเพิ่มความยืดหยุ่นของร่างกาย 

  • รับประทานอาหารที่มีวิตามิน

อีกหนึ่งเคล็ดลับดี ๆ ในการป้องกันอาการมือชา คือ การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เช่น ถั่ว ธัญพืช เนื้อสัตว์ ไข่แดง ข้าวกล้อง ปลา ผักที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ และผลิตภัณฑ์จากนม เพื่อให้ร่างกายได้รับวิตามินที่จำเป็นต่อการบำรุงระบบประสาท  

ที่สำคัญ ควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เนื่องจาก แอลกอฮอล์มีผลยับยั้งการดูดซึมของวิตามินบี 1 ที่บริเวณลำไส้เล็ก อีกทั้งหากดื่มในปริมาณมาก อาจส่งผลให้ระบบประสาทได้รับความเสียหายได้

มือชา เกิดจากอะไร

Align Clinic คลินิกกายภาพบำบัด ที่เข้าใจอาการมือชา

สำหรับผู้ที่ลองปรับพฤติกรรมในการใช้ชีวิต และยืดกล้ามเนื้อเป็นประจำแล้ว แต่ยังไม่รู้สึกดีขึ้น หรือรู้สึกชาบริเวณมือเหมือนเดิม แนะนำให้เข้ารับการรักษาด้วยการทำกายภาพบำบัดกับ Align Clinic คลินิกกายภาพบำบัดที่พร้อมให้บริการเกี่ยวกับการกายภาพ และการจัดกระดูกอย่างครบวงจร ให้บริการโดยผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ ทั้งในไทย และออสเตรเลียอย่างยาวนานกว่า 10 ปี 

โดยทางคลินิกกายภาพบำบัดของเรา พร้อมให้บริการตั้งแต่การสอบถามข้อมูล เกี่ยวกับอาการปวดอย่างละเอียด เพื่อให้การวางแผน และการรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งยังใช้เครื่องมือทันสมัย พร้อมรักษาอาการปวดได้หลายระดับ ตั้งแต่อาการปวดในช่วงเริ่มต้น ไปจนถึงอาการปวดเรื้อรัง ได้แก่ เครื่อง Radial shockwave , Focฟสรเืus shockwave, เครื่อง PMS, เครื่อง Ultrasound และเครื่อง Electrical Stimulation หากสนใจสามารถติดต่อได้ที่

Line : @alignclinic

Tel. 02-121-4854 / 093-595-6262